เมื่อ : 06 ส.ค. 2568


เมื่อวันที่ 5 ส.ค. นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม(สวธ.)  เป็นประธานในพิธีเปิดงาน นิทรรศการ “ชุดไทยพระราชนิยม” อาภรณ์แห่งพระราชปณิธาน งามสง่าคู่แผ่นดินไทย ที่อาคารอเนกประสงค์  สวธ. โดยมีน.ส.วราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีสวธ. คณะผู้บริหารสวธ. ผู้ทรงคุณวุฒิ วิทยากร ผู้แทนองค์กรภาคีเครือข่าย สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน

 

นางยุถิกา กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ในการพัฒนาและยกระดับการแต่งกายของสตรีไทย ให้เป็นชุดประจำชาติอันงดงามและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ในปี  2569 ที่จะถึงนี้ ประเทศไทยจะครบรอบ 60 ปี แห่งการพระราชทานแบบ “ชุดไทยพระราชนิยม” และในโอกาสสำคัญนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ดำเนินการ ยื่นเสนอ “ชุดไทย” เพื่อขึ้นทะเบียนเป็น “รายการตัวแทน มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ” ต่อยูเนสโก  

สำหรับการยื่นเสนอในครั้งนี้ นับเป็นการสะท้อนถึง เจตจำนงร่วม ของคนไทยทุกคน ที่จะร่วมกันธำรงรักษา “ชุดไทย” ไม่ใช่ในฐานะ วัตถุอนุรักษ์ หากแต่ในฐานะ อัตลักษณ์ที่มีชีวิตเคลื่อนไหวอยู่ ในความภาคภูมิใจของผู้คนและเติบโตอยู่บนเวทีโลกอย่างร่วมสมัย ภายในงาน นอกจาก “ชุดไทยพระราชนิยม” ที่นำมาจัดแสดงแล้ว ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “แนวทางการส่งเสริมและรักษาชุดไทย เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” และการแสดงชุดไทยพระราชนิยม


“ชุดไทยพระราชนิยม” เริ่มต้นในปี พ.ศ.2503 ขณะที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้โดยเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 เยือน 15 ประเทศ ในทวีปอเมริกาและยุโรป พระองค์ทรงตระหนักว่า การแต่งกายแบบดั้งเดิมของหญิงไทยในชีวิตประจําวันกำลัง สูญหายไปภายใต้อิทธิพลของวัฒนรรรมตะวันตก และไม่มีชุดแต่งกายที่เป็นแบบฉบับประจําชาติที่สามารถแสดง อัตลักษณ์ไทยได้อย่างชัดเจน 

ด้วยพระราชดำริอันลึกซึ้ง พระองค์จึงโปรดให้นางสนองพระโอษฐ์ ศึกษาค้นคว้าและออกแบบชุดแต่งกายสตรีไทย ที่มีความคล่องตัว เหมาะสมกับวิถีชีวิตปัจจุบัน แต่ยังคงกลิ่นอายและเอกลักษณ์ไทย ไว้อย่างสง่างาม จึงได้ก่อให้เกิดชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ได้แก่ ชุดไทยจักรพรรดิ ชุดไทยจักรี ชุดไทยดุสิต ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยศิวาลัย ชุดไทยจิตรลดา และ ชุดไทยเรือนต้น


”ชุดไทยพระราชนิยม” อาภรณ์แห่งพระราชปณิธาน งามสง่าคู่แผ่นดินไทย จึงนับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ที่สมควรสืบสานและภาคภูมิใจ ในความเป็นไทยให้ดำรงอยู่คู่ชาติสืบไป